มือชา

มือชา สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรชะล่าใจ

หลายคนเคยมีปัญหาเกี่ยวกับมือชาระหว่างทำงาน ช่วงกลางคืนหรือเป็นตอนตื่นนอน และคิดว่าเป็นปัญหาเฉพาะพนักงานออฟฟิตเท่านั้น แต่ไม่ใช่ครับพ่อค้า แม่บ้าน นักเขียน จิตกร ช่างปั้นหรือกิจกรรมที่จำเป็นต้องใช้มือทำงานเป็นเวลานานอย่างหนักก็มีโอกาสเสี่ยงเช่นกัน 

สารบัญเนื้อหา

มือชาเกิดจากอะไร

อาการเป็นอย่างไร

วิธีรักษาอาการมือชา

มือชาตอนท้องทำไงดี

สรุป

มือชาเกิดจากอะไร

สำหรับคนทำงานที่ต้องใช้ข้อมือ งอมือ กระดกมือบ่อยๆหรือกำมือจนแน่นเกิดการเกร็งโดยไม่รู้ตัว มีโอกาสมือชามากกว่าปกติเช่น พนักงานออฟฟิตที่ต้องอยู่หน้าคอมใช้เมาส์พิมพ์งานตลอดทั้งวัน การจับมีดหรือกรรไกร คนที่ทำงานช่างที่ต้องใช้เครื่องมือที่มีแรงสั่นตลอดเวลาจนทำให้เยื่อพังผืดไปกดทับโดนเส้นประสาทบริเวณข้อมือ

อาจจะเผลอนอนทับแขนตอนกลางคืนหรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป ส่งผลให้เส้นเลือดหรือเส้นประสาทโดนกดทับ เลือดจึงไม่สามารถไปเลี้ยงร่างกายได้ไม่เต็มที่

ขาดสารอาหารประเภทวิตามินบีที่พบได้ในถั่ว ธัญพืช เนื้อวัว ปลา หมูที่ไม่ติดมัน ไข่แดง เป็นต้น เป็นตัวช่วยดูแลและซ่อมแซมระบบประสาท หากได้รับวิตามินบีน้อยส่งผลให้รู้สึกชาบริเวณมือหรือเท้า เจ็บแปล๊บๆ เป็นตะคริวบ่อย แขนขาไม่มีแรง เป็นต้น

หรือเกิดจากโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรครูมาตอยด์ เก๊าต์ ตั้งครรภ์หรือหลังคลอดเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ทำให้รู้สึกมือชาได้

กลับสู่สารบัญ

อาการเป็นอย่างไร

       ปัจจัยต่างๆที่ทำให้รู้สึกมือชา เท้าชาบ่อยซึ่งเป็นความผิดปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนทั่วร่างกายโดยเฉพาะบริเวณนิ้ว มือ แขน เท้า เริ่มแรกจะรู้สึกชาปลายนิ้วมือแล้วค่อยๆลามไปไปทั่วทั้งมือ จะเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่ทำงานหนักหรือบางคนจะรู้สึกเมื่อตอนตื่นนอน หากเป็นได้สัก 2-3 วันและไม่มีท่าทางว่าจะดีขึ้นควรรีบไปพบแพทย์ก่อนจะลุกลาม

      บางคนอาจจะรู้สึกซ่าๆเหมือนมีอะไรขยุบขยิบอยู่ตลอด รู้สึกชามากขึ้นจนกระทั่งกล้ามเนื้อตายและไม่มีความรู้สึกไปเอง หากปล่อยไว้นานมือของผู้ป่วยไม่ค่อยมีแรง หยิบจับสิ่งของได้ไม่ถนัดเหมือนอย่างเดิม

แม้อาการมือชาจะเป็นปัญหาเล็กน้อยสำหรับบางคน แต่นี่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกโรคบางอย่าง และเป็นอันตรายรุนแรงถึงขั้นที่มือไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกได้แล้ว ถ้าหากไปสัมผัสของร้อนหรือโดนกระจกบาด จะไม่มีความรู้สึกและไม่รู้สึกตัวเลย

กลับสู่สารบัญ

วิธีรักษาอาการมือชา

วิธีรักษามือชา

ปรับเปลี่ยนท่าทางบ่อยๆ

เมื่อเป็นครั้งแรกที่รู้สึกชาปลายนิ้วมือ แปล๊บๆ ซ่าๆ เป็นพักๆ ให้ปรับเปลี่ยนท่าทางใหม่ ยืดเส้นยืดสายหรือสะบัดข้อมือ ก็จะช่วยให้ทุเลาลงและหายไป ให้ใช้วิธีบริหารมือด้วยการกำเข้าและแบบออกสักพัก ถ้าอยากให้หายไว้ขึ้นควรทำในน้ำอุ่นหรือบีบนวดบริเวณที่เป็นเหน็บชาหรือนวดแผนไทยก็ช่วยได้เช่นกัน

ถ้าเกิดจากนอนทับแขนบ่อยๆให้ใส่เครื่องพยุงข้อมือตอนกลางคืนเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมืองอเวลานอนและยังช่วยให้เยื่อบุข้อมือและเส้นเอ็นที่อักเสบจากการบวมได้อีกด้วย

กลับสู่สารบัญ

อาหาร

หากเป็นบ่อยๆแล้วยังไม่หายดีให้รับประทานอาหารจำพวกวิตามินบีที่ได้จาก ถั่ว ธัญพืช เนื้อวัว ปลา หมูที่ไม่ติดมัน ไข่แดง เป็นต้น ซึ่งจะช่วยบำรุงและซ่อมแซมระบบประสาท หรือจะใช้วิธีรักษาด้วยสมุนไพร เช่น ลูกยอ ขิง พริก น้ำมันรำข้าวหรือสมุนไพรที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานควรลดระดับน้ำตาลในเลือด โรคพิษสุราเรื้อรังควรลด เลิกเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น

ถ้าลองตามวิธีรักษาอาการมือชาข้างต้นแล้วยังไม่หายดีต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัย เริ่มแรกแพทย์จะให้ยาต้านอักเสบมาก่อนและคอยเฝ้าดู หากยังไม่หายจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดโดยตัดเอาส่วนของพังผืดบริเวณเส้นเอ็นในส่วนที่กดทับเส้นประสาทออก หลังผ่าตัดเสร็จอาจจะไม่หายสนิทดีต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

กลับสู่สารบัญ

มือชาตอนท้องทำไงดี

     คนท้องหลายคนกังวลว่ามือชาตอนท้องจะเป็นอันตรายหรือไม่? ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิดครับ เนื่องจากขณะที่ตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนส่งผลให้เส้นเอ็นคลายตัว ยิ่งอายุครรภ์มากขึ้นก็จะทำให้ช่องอุโมงค์บริเวณข้อมือแคบลงทำให้เส้นประสาทถูกกดทับ รู้สึกปวด ชาปลายนิ้วมือและค่อยๆลุกลามไปทั้งมือ อาจจะเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้เช่นกัน

ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการตั้งครรภ์ไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์ทันที แต่ควรแจ้งแพทย์ด้วยว่ารู้สึกชาที่มือ ทั้งหมดนี้จะหายไปเมื่อหลังคลอดเพราะการบวมน้ำต่างๆจะค่อยลดลงทำให้ช่องบริเวณข้อมือกลับมาเท่าเดิม ทำให้ไม่เกิดการกดทับเส้นประสาทอีก

*** ถ้าหลังคลอดแล้วยังรู้สึกชาเหมือนเดิม ให้ลองทำตามวิธีแนะนำเบื้องต้น หากรุนแรงขึ้นควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคบางอย่าง ***

กลับสู่สารบัญ

สรุป

       แม้ว่ามือชาอาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสักพักเดี๋ยวก็หายเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเท่านั้น แต่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาดเพราะหากเป็นต่อเนื่องความรุนแรงจะยิ่งเพิ่มขึ้น จึงควรหมั่นสังเกตตนเองหากพบความผิดปกติควรรีบทำตามวิธีรักษาอาการมือชาเบื้องต้นที่แนะนำและไปพบแพทย์รับการตรวจอย่างละเอียด

กลับสู่สารบัญ